รูปร่างของรัง

เนื่องจากนกวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลาน นกที่มีวิวัฒนาการต่ำ จะมี การทำรังวางไข่ไว้ในแอ่งบนพื้นดิน
แล้วกลบด้วยดินหรือพืชคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลาน ส่วนนกที่มีวิวัฒนาการสูงจะมีการสร้างรังที่ปราณีต (Advanced)
โดยรังที่ปราณีตที่สุดได้แก่ รังที่นำวัสดุมาสอดประสานกันอย่างเหนี่ยวแน่นแล้วห้อยลงมาจากปลายกิ่งไม้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังบนพื้นดิน (Ground Nest)

รังที่มิได้นำวัสดุใดๆ มาก่อสร้างขึ้น แต่เป็นเพียงแอ่งบนพื้นดินโล่งๆ ซึ่งอาจเป็นแอ่งตามธรรมชาติหรือแอ่งที่นกใช้เท้าขุดคุ้ยขึ้นก็ได้ นกบางชนิดอาจใช้ปากขุดด้วย แล้วก็ลงไปนั่งหมุนตัวไปมาจนกลายเป็นแอ่งพอดีกับตัวนก แต่นกบางชนิดก็อาจหาใบไม้แห้งมารองรัง เช่น รังของไก่ป่า ไก่ฟ้า นกกระทา นกคุ่ม (Buttonquails) นกตบยุง (Nightjars) นกนางนวล นกนางนวลแกลบ นกตีนเทียน นกแอ่นทุ่ง ไข่ของนกเหล่านี้จะมีสีสัน และลวดลายกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมาก จนทำให้ศัตรูแลเห็นได้ยาก แม้ว่าจะอยู่บนพื้นดินโล่งๆ นอกจากนี้ สีสันของนกที่กำลังกกไข ่ก็ยังกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมอีกด้วย นกที่ทำรังแบบนี้จัดว่าเป็นนกที่วิวัฒนาการต่ำ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังที่มีขนรองรับ (Feather Nest)


รังแบบนี้พัฒนามาจากรังบนพื้นดิน โดยมีการนำเอาวัสดุต่างๆ เช่น ใบไม้ ใบหญ้า แต่ส่วนใหญ่เป็นขนนกกองสุมรวมกันไว้ ขนนกส่วนใหญ่จะเป็นขนนกที่นกตัวเมียสลัดออกมาเองหรือคาบเอาจากที่อื่นๆ เช่น รังของเป็ดแดง ส่วนมากรังแบบนี้จะซ่อนอยู่ในกอพืชที่รกทึบ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังที่ทำด้วยพืชน้ำ (Marsh Nest)

รังแบบนี้พัฒนามาจากรังบนพื้นดิน แต่ไปทำไว้ตามพื้นดินแฉะๆ ที่มีพืชชายน้ำขึ้นอยู่บ้าง โดยการคาบเอาวัชพืชน้ำต่างๆ มากองสุมรวมกันไว้ ให้พอมีแอ่งตรงกลางใช้วางไข่ได้ สีสันของเปลือกไข่มีกกลมกลืนกับวัชพืชน้ำที่ใช้ทำรังด้วย เช่น รังของนกกระเรียน นกอัญชัน นออีโก้ง นกกวัก นกอีล้ำ นกอุ้ม นกฟินฟุต นกโป่งวิด นกพริก และนกอีแจว รังแบบนี้มักซ่อนอยู่ในกอวัชพืชจนแลเห็นได้ยาก


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังลอยน้ำ (Floating Nest)

รังแบบนี้พัฒนามาจากรังที่ทำจากพืชน้ำ แต่ว่าทำไว้ตามกอพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำหรือริมน้ำ รวมทั้งพืชลอยน้ำ เช่น ผักตบชวา ใช้พืชน้ำต่างๆ มากองสุมรวมกันไว้ พอให้มีแอ่งสำหรับวางไข่เช่นกัน แต่ว่าลอยอยู่ในน้ำอยู่กับที่ เช่น รังของนกเป็ดผีเล็ก

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบโพรง (Cavity Nest)

รังแบบนี้มิได้นำวัสดุใดๆ มาสร้างขึ้นเช่นกัน แต่ว่าจะใช้โพรงไม้ธรรมชาติหรือรอบแตกแยกของก้อนหินเป็นที่วางไข่ ซึ่งในบางครั้งนกก็คาบเอาวัสดุอื่นๆ เช่น ใบไม้ ใบหญ้าหรือขนนกมารองพื้นโพรงบ้าง เช่น รังของนกตะขาบ นกกะรางหัวขวาน นกขุนช้างขุนแผน (Trogon) นกแก้ว และนกเค้า นกบางชนิดเช่น นกเงือก ทำรังในโพรงไม้เช่นกัน แต่ว่าจะนำโคลนหรือมูลนกมาทำเป็นผนังปิดปากโพรงจนเกือบมิดด้วย เหลือไว้เพียงช่องเล็กๆ พอโผล่ปลายปากออกไปได้เท่านั้น นกบางชนิดเช่น นกกะเต็น และนกจาบคา ขุดโพรงลงไปในดินหรือดินปนทรายซึ่งมักจจะเป็นบริเวณตลิ่งหรือเนินดิน แต่นกโพระดกจะใช้ปากเจาะโพรงทางด้านใต้ของกิ่งไม้ผุๆ ส่วนนกหัวขวานมักใช้ปากเจาะโพรงตามลำต้นซึ่งมีเนื้อไม้ไม่แข็งนัก โพรงรังที่นกโพระดกหรือนกหัวขวานเจาะไว้นี้ เมื่อเลิกใช้แล้ว นกชนิดอื่นๆ ก็จะใช้เป็นโพรงได้ต่อไป นกที่ทำรังแบบนี้จัดว่าเป็นนกที่วิวัฒนาการต่ำเช่นกัน เพราะมิได้นำวัสดุใดๆ มาก่อสร้างเป็นรังเช่นเดียวกับรังบนพื้นดิน
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบง่ายๆ ( Platform Nest)


รังแบบนี้เป็นรังของนกที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้นมาหน่อย เพราะมิได้ใช้พื้นดินหนิพื้นโพรงเป็นที่วางไข่ แต่ได้ใช้วัสดุอื่นๆ คือกิ่งไม้ แขนงไม้ ต้นหญ้า เอาขัดสานกันอย่างง่ายๆ ไม่เป็นระเบียบ เพื่อก่อเป็นรังขึ้นมา โดยให้มีแอ่งตรงกลางพอใช้วางไข่ได้เท่านั้น นกบางชนิดอาจสร้างรังแบบนี้ไว้บนพื้นดิน หรือตามหน้าผาหินก็ได้ รังบางรังอาจดูบอบบาง จนสามารถจนสามารถมองเห็นไข่จากทางด้านใต้ของรัง เช่น รังของนกกระปูด (Coucal) นกเขา (Dove) นกพิราบ (Pigeon) เหยี่ยวปีกแตก (Hawks) เหยี่ยวปีกแหลม (Falcons) นกอ้ายงั่ว (Darters)นกกาน้ำ (Cormorants) นกกระสา (Storks) นกยาง (Egrets) นกกระทุง (Palicans) นกช้อนหอย (Ibis) และอีกา (Crows)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบถ้วย (Statant Cupped Nest)

รังแบบนี้เป็นรังของนกที่มีวิวัฒนาการสูง ทำไว้ตามง่ามกิ่งไม้ เพื่อให้ง่ามกิ่งไม้รองรับรังไว้ ทำด้วยกิ่งไม้เล็กๆ แขนงไม้ ใบไม้ใบหญ้า ที่นำมาขัดสานกันอย่างเป็นระเบียบ และเหนียวแน่นทั้งก้นรังและขอบรังจนดูคล้ายถ้วย รังเหล่านี้มักมีวัสดุนิ่มๆ เช่น ใบไม้ ใบหญ้า หรือขนนกรองรังอีกชั้นหนึ่ง บางครั้งก็มีการนำเอาใยแมงมุม เยื่อไม้ หรือไลเคนมาพันหรือประดับไว้รอบรังอีกที เพื่อพรางศัตรู เช่น รังของนกอีแพรด (Fantails) นกปรอด นกแซงแซว นกขมิ้นน้อย นกอีเสือ นกเขียวก้านตอง นกเขียวคราม นกที่สร้างรังแบบนี้จะอยู่ในอันดับนกเกาะคอน (Order Passeriformes) ทั้งสิ้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบถ้วยในโพรง ( Cavity Cupped Nest)

รังแบบถ้วยที่ทำไว้ในโพรงไม้ในธรรมชาติ เช่น รังของนกติ๊ด (Tits) นกกางเขนดง (White-rumped Shama) และนกขุนทอง (Hill Myna) หรือโพรงไม้ที่เจาะขึ้นเองในกิ่งไม้ผุๆ เช่น รังของนกไต่ไม้ ( Nuthatches) หรือในโพรงดิน เช่น รังของนกภูหงอน ( Yuhinas) หรือในซอกหิน เช่น รังของนกเอี้นงถ้ำ ( Blue Whistling Thrush) นกกางเขนน้ำ ( Forktails) และนกมุดน้ำ (Dippers) หรือในกอฝอยลม เช่น รังของนกกระจิ๊ดคอสีเทา ( Ashy-throated Warbler)
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบติด (Adherent Nest)

รังแบบนี้พัฒนามาจากรังแบบถ้วย แต่มิได้ใช้ง่ามไม้ในการรองรังเพื่อรับรังไว้ เนื่องจากนกบางชนิดมีน้ำลายเหนี่ยวๆ ซึ่งใช้เชื่อมด้านข้างของรังติดกับกิ่งไม้หรือผนังถ้ำได้ เช่น รังของนกแอ่นฟ้า (Treeswifts) และนกแอ่นบินเร็ว (Swifts) อาจทำด้วยน้ำลายล้วนๆ หรือใช้กิ่งไม้ วัสดุนุ่มพวกใบไม้หรือขนนกมาทำเป็นรูปรังก็ได้ รวมทั้งรังของนกนางแอ่น (Swallows) ซึ่งใช้โคลนเป็นส่วนประกอบในการทำ เพื่อเชื่อมติดกับผนังถ้ำหรืออาคาร และมีหญ้าเป็นส่วนสำคัญในการทำเป็นรูปรัง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบลูกบอล (Globular Nest)

รังแบบนี้พัฒนามาจากรังแบบถ้วย โดนการสร้างของรังให้สูงขึ้นแล้วทำเป็นหลังโค้งลงมา แล้วเหลือช่องทางเข้ารังอยู่ทางด้านข้าง ทำด้วยใบไม้ ใบหญ้า และวัสดุอื่นๆ ที่สอดประสานกันอย่างหนาแน่น และคงรูปอย่างเหนียวแน่น ค่อนข้างกลมหรือกลมแบบลูกบอล เช่น รังของนกกระติ๊ด (Munias)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



รังรูปราง (Trough-shape)

รังจะมีลักษณะยาวเรียวเป็นท่อ นกบางชนิดจะทำรังลักษณะนี้ใต้ใบไม้ เช่น รังนกปลีกล้วย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




รังแบบเปลญวน (Pensile Nest)

รังแบบนี้พัฒนามาจากรังแบบถ้วย เพียงแต่ว่าไม่จำเป็นต้องใช้ง่ามไม้ในการรองรับก้นรัง แต่นกจะสามารถสร้างของรังให้ยึดติดอยู่กับง่ามไม้ ทำด้วยหญ้า ใบไม้ และแขนงไม้เล็กๆ เช่น รังของนกขมิ้น (Orioles) รังของนกแว่นตาขาว (White-eyes) รังของนกกระจิบ (Tailorbirds) ซึ่งใช้ใบไม้ 2-3 ใบ มาเจาะตรงขอบใบให้เป็นรูแล้วร้อยด้วยใยพืชแล้วดึงให้ติดกัน แล้วทำรังรูปถ้วยภายใน หรือรังของนกยอดข้าว ที่ห้อยอยู่ใต้ใบวัชพืชหลายใบก็จัดรังแบบนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


รังแบบแขวน (Pendulous Nest)

รังแบบนี้มีพัฒนามาจากรังแบบเปลญวน แต่ว่าจะต้องใช้พวกใบหญ้ามาสอดประสานกันอย่างประณีตจนเป็นถุง หรือลูกตุ้มห้อยติดอยู่กับกิ่งไม้อย่างอิสระ เวงามีลมพัดมาก็แกว่งไปแกว่งมาได้ มีทางเข้าออกอยู่ทางด้านล่างเช่น รังของนกกระจาบ หรือยู่ด้านข้าง เช่นรังของนกพญาปากกว้าง (Broadbills) นกกินปลี (Sunbirds) และนกปลีกล้วย (Spiderhunters) นกที่มีการทำรังแบบนี้ถือว่ามีวิวัฒนาการสูงสุดในการทำรัง